ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
ท้ายเล่ม สมุดโน๊ต เปรี้ยวปาก ปกหน้า webblogme.com

ล่องแพเมืองกาญ



เรื่องและภาพโดย แยมกับฟ้า
2548, กุมภาพันธ์

เดือนนี้ผมขึ้นมากรุงเทพฯ อีกครั้ง เพราะว่าวันหยุดประจำปีของผมนั้น ยังเหลือวันที่จะหยุดได้อีกสี่วัน ก่อนจะตัดยอดวันหยุดไปนับทบรอบใหม่


วันเดินทาง





และก็เช่นเคย การมาหาฟ้าคราวนี้ผมก็ยังอยากจะเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟอีกครั้ง เลยลองๆ ชวนฟ้าไปเที่ยวกาญจนบุรีกัน เพราะว่องเคยบอกผมว่า ล่องแพเมืองกาญ ถ้ามีโอกาสแกก็ไม่น่าจะพลาด และฟ้าก็เซย์โอเคกับผมด้วย เย้~

สืบเนื่องจากโบกี้ติดแอร์ที่สุดแสนจะประทับใจในทริปที่แล้ว ทำเอาเราทั้งสองคนเข็ดขยาดกับการนั่งในตู้เหล็กนรกติดล้อปรับอากาศอันมืดทึบ เราจึงเลือกตั๋วเดินทางในทริปนี้เป็นโบกี้แอร์ธรรมชาติครับ กะว่าจะรับลมเย็นๆ ให้เต็มที่ ซึ่งบนตั๋วรถไฟนั้นบอกเวลารถออกคือเวลาเดิม หกโมงครึ่ง และเวลากลับคือห้าโมงสิบห้า

เราสองคนมากันเช้าไปหน่อย จึงต้องนั่งรอกันนาน กว่าขบวนรถจะออก เราพยายามเลือกที่นั่งที่คิดว่าจะได้วิวที่ดีที่สุด และก็หน้าต่างที่พอจะเปิดปิดได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ที่นั่งมันออกจะนั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่  เรายังคุยกันเลยว่าวันนี้ ดูท่าทางคนจะบางตาไม่มากเหมือนทริปคราวก่อน แต่ก็คิดผิดครับ พอใกล้เวลารถจะออกจริงๆ คนก็มานั่งกันเต็มโบกี้ (ก็แหม อยากจะให้ทั้งโบกี้นี้มีแต่เราสองคนจัง)

 

หัวลำโพง

เอาหล่ะสิ ตู้ไหนหว่า

ตั๋วรถไฟ
ตั๋วรถไฟ

ฟ้าหงุดหงิดแว้ว
จะถ่ายอะไรกันนักยะ!
คนเรื่มเยอะ
คนเริ่มเยอะ
บางซื่อ



การเดินทางอันสุดแสนจะโรแมนติคของผมเริ่มต้นเมื่อแดดยามเช้าทอแสง รถไฟเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าจากสถานีหนึ่ง ไปยังอีกสถานีหนึ่ง เราเริ่มออกมาไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่สองฝั่งฟากข้างทาง ผมนั่งมองวิวผ่านกรอบหน้าต่างรถไฟในโบกี้เก่าๆ ที่มองออกไปเห็นแต่ความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า สลับกับวิวของชุมชนเป็นช่วงๆ และก็เริ่มกินขนมที่ซื้อมาตุนไว้ตั้งแต่ก่อนรถจะออก ส่วนฟ้าก็...

หลับครับ! นั่งหลับตาโยกหัวอยู่ข้างๆ ผมนี่เอง




พระปฐมเจดีย์

ปู๊นนน ปู๊นนนน

แปดโมงเช้า รถไฟก็มาหยุดที่สถานีนครปฐม ไกด์นำเที่ยวเดินมาบอกทุกคนในโบกี้ว่า เรามีเวลาอยู่ที่นี่กัน 45 นาที ขอเชิญแวะลงนมัสการพระปฐมเจดีย์กันได้ตามอัธยาศัย... ผมไม่รอช้าครับ ชวนฟ้าไปไหว้พระกัน

ระหว่างทางเดินไปพระปฐมเจดีย์นี่ถือว่าไกลพอสมควรเลยนะครับ จากสถานีรถไฟ ดีที่ตอนนี้มันยังเช้าแดดยังไม่ร้อน เลยเดินกันเรื่อยๆ แวะดูนู่นนี่ในตลาดและหาซื้อขนมกินกัน ไม่นานนัก เราก็มาถึงตีนบันไดของพระปฐมเจดีย์กันจนได้ แต่วันนี้คนเยอะจัง สงสัยจะไม่ได้ขึ้นไปไหว้แล้ว... เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นรถไฟ ดังนั้นเราจึงใช้บริการรถจักรยานสามล้อที่มีคุณลุงแก่ๆ เป็นสารถี พาเราสองคนนั่งเบียดเสียดกันบนที่นั่งสีแดงเล็กๆ กลับไปยังชานชาลา ซึ่งผมเห็นแกปั่นแล้วเหนื่อยแทนครับ บางจังหวะมียืนโยกด้วย สงสัยจะหนักคนข้างๆ ผม - -“

ขบวนรถไฟแสนโรแมนติคของผม เดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานีกาญจนบุรี
แดดยามสายเริ่มสาดแสงแรงขึ้น แรงจนเริ่มรู้สึกว่า

กรูร้อน...

นี่มันเดือนกุมภาแล้วนะว้อย... แกจะให้อากาศมันเย็นเหมือนเดือนมกราได้ไง!!! ผมก็ได้แต่คิดในใจ กังวลไปว่าหากฟ้าบ่นว่าร้อน ผมจะทำอย่างไรดี

จำนวนคนในโบกี้ของเราเริ่มบางตาลง คงเนื่องมาจาก มีนักเดินทางบางส่วนตีตั๋วมาแค่นครปฐม และก็ไม่ได้มาเที่ยวแบบเราๆ ผมลองเดินไปเซอร์เวย์ดูที่โบกี้สำหรับผู้โดยสารที่ตีตั๋วปรับอากาศแล้ว ก็คิดว่า หากคนน้อยเราก็น่าจะย้ายก้นมาหลบร้อนในนี้กัน แต่ก็คนเยอะเต็มทุกที่นั่ง สงสัยว่าไอ้ที่ว่าคนดูบางตานั้น มันคงจะมากระจุกกันอยู่ในนี้อย่างแน่นอน

วิวสองข้างทางเปลี่ยนไป เราเริ่มออกมาไกลจากตัวเมืองนครปฐมแล้ว และรถไฟก็เริ่มทำความเร็วสูงขึ้น หน้าต่างที่เปิดกว้างนั้นก็รับเอาเศษละอองเถ้าถ่านจากการเผาหญ้าวัชพืชของชาวไร่ชาวสวน เข้ามาในตัวรถเป็นระยะๆ ผมหันไปมองหน้าฟ้าที่ละอองเขม่าดำๆ ติดอยู่ แล้วก็ต้องนั่งเกร็งต่อไป เพราะเธอกำลังหลับและมีแนวโน้มว่าจะต้องเอียงคอมาซบไหล่แห้งๆ ของผมเป็นแน่



 

ปกหน้า | เปรี้ยวปาก | สมุดโน้ต | ท้ายเล่ม | sitemap
Webblogme - สมุดโน้ตความหลังของกลุ่มเพื่อนเก่า รวมเรื่องเล่าเฮฮาสารพัดจากการท่องเที่ยว
© 1995, Webblogme.com : by Yammy&Friends : master@webblogme.com
รับออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ จดโดเมน โฮสติ้ง PHP และงานกราฟฟิคดีไซน์ทุกชนิด ราคาเป็นกันเอง - ติดต่อ webmaster 0894557838