webblogme.com ท้ายเล่ม สมุดโน๊ต เปรี้ยวปาก ปกหน้า
ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
webblogme.com
ภูกระดึง  

พิชิตยอดภูกระดึง
ปลายปี 2544 (2/6)


<< หน้าที่แล้ว | หน้าถัดไป >>

ตามหมายกำหนดการแล้ว พวกเราจะออกเดินทางกันในวันที่ 5 ซึ่งที่ทำการอุทยานเพิ่งเปิดป่าให้นักท่องเที่ยวเข้าไปหลังฤดูฝน (ช่วงฤดูฝน ทางอุทยานฯ จะปิดป่าเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว) พวกเราก็เลือกเอาวันนั้นแหละ เพราะพวกเราเพิ่งจะสอบเสร็จกันพอดี

ส่วนการเดินทางไปจังหวัดเลย เราเลือกที่จะไปทางถนน เพราะถ้าไปทางรถไฟก็คงต้องไปต่อรถกันให้วุ่นวายอีก เลยตกลงกันว่าจะไปโดย รถบัสของชุมแพทัวร์ ที่นั่ง vip 285 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6ชั่วโมง คืนวันออกเดินทาง ผมกะว่าจะนอนเอาแรงบนรถซะก่อน เพราะเลิกงานมานี่ก็เดินทางเลย แต่ก็หลับไม่ลง สงสัยตื่นเต้นมั้ง? นั่งตาแป๋วมองต้นไม้มืดๆ ไปตลอดทางเลย
     
ตีสี่... รถทัวร์พาพวกเรามาถึง "บ้านผานกเค้า" พวกเราลง รถที่ร้านเจ๊กิม พร้อมกันกับคนอื่นๆ ซึ่งทุกๆ เช้านั้นจะมีคิวรถสองแถวที่นี่ พาพวกเราเดินทางไปสู่ อำเภอภูกระดึงได้ แต่กว่าเที่ยวแรกจะออกก็ตอนฟ้าสว่าง ยังมีเวลางีบหลับ เดินเล่น ได้อีกเยอะ อากาศที่นี่เย็นซะแบบไม่น่าเชื่อ แถมยังหายใจออกมาเป็นไออีก คนที่ร้านเจ๊กิม บอกกับพวกเราว่า อากาศที่บนภูจะเย็นกว่านี้อีก 4-5 องศา (แค่ตอนที่ยืนอยู่บนที่ราบยังสั่นเลย) แล้วบนภูจะขนาดไหน? ... ถุงมือที่พวกเราลืมเตรียมไป ก็เลยต้องซื้อเอาที่ร้านเจ๊นั่นหละ  
ผานกเค้า ผานกเค้าตอนรุ่งสาง
เจ็ดโมง รถปิคอัพสองแถว ก็พาพวกเราออกเดินทางไปสู่อำเภอภูกระดึง ( ด้วยค่าโดยสาร 20 บาท/คน ) ระหว่างทางที่รถแล่นผ่านไป ผ่านสองข้างทางที่มีแต่ทุ่งนาสลับกับบ้านคนเป็นระยะๆ หมอกลงหนาซะจน มองอะไรในระยะ 100เมตร ไม่ค่อยจะเห็น ขาวโพลนไปหมดเลย แต่รู้สึกว่าพวกเรานี่ก็ตื่นเต้นกับหมอกที่นี่จัง อากาศก็สดชื่นมากๆ สูดไอหมอกกันยังไม่ทันหายอยากเลย รถก็พาพวกเรามาถึงที่หมายแล้ว

แปดโมง ที่ตีนภูพวกเราก็จัดแจงเรื่องติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่อุทยาน ลงชื่อเข้าอุทยาน จองที่ตั้งเต๊นท์+ว่าจ้าง ลูกหาบยกของขึ้นภู ราคากิโลละ 10บาท ดูเหมือนจะไม่แพง แต่ไหนจะเต๊นท์ที่โคตรจะหนัก น้ำดื่ม 3โหล บวกกับ สัมภาระส่วนตัวอีกรวมๆ หลายตังค์อยู่ กว่าจะได้ย่างเท้าขึ้นเขาก็ 9โมงพอดี เริ่มจะมีแดดแล้ว แต่อากาศยังเย็น
ภูกระดึง จากจุดที่ต่ำสุดของภู จุดหมายแรกของพวกเราคือ ซำแฮก (ซำ หมายถึง บริเวณที่เป็นตาน้ำ มีนำซึมขึ้นมาจากดิน ซึ่งจะเป็นที่พัก ระหว่างทาง มีของกินบริการ) กว่า 1กิโลฯ ที่คิดว่าเดินได้สบายๆ ... พวกเรานี่แทบคลานกันเลยล่ะครับ
   
จุดแรกนี่ขั้นบันไดล้วนๆ (จิงๆครับ) แต่ละคนที่แบกเป้ขึ้นมานี่ แทบอยากจะขว้างทิ้ง เห็นลูกหาบเดินแบกของฉับๆ แซงเราขึ้นไป ก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ก็มีนายเชียงคนเดียวล่ะ ที่ไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เดินล่วงหน้าพวกเราไปตั้งไกล

เห็นว่าบันไดนี่ ทางอุทยานฯ เพิ่งจะปรับปรุงให้นักท่องเที่ยวเดินกันได้สะดวกขึ้น แต่ตัวผมเองว่าไม่เห้นจะสะดวกตรงไหน!! ขอเป็นทางดินชันๆ ยังจะเหนือยน้อยกว่าอีก

ทางชันที่ต้องเดินทั้งหมด 8 กิโล ตอนนี้เรายังเกาะกลุ่มอยู่สี่ชีวิต เดินมั่งหยุดพักมั่ง ส่วนนายเชียงนี่ไม่รู้ว่าเดินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ตามทางที่เดินผ่านก็มีจุดพัก มีของวางขายเป็นระยะๆ ราคาก็แพงตามความสูงจริงๆ ยิ่งสูงยิ่งแพง หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย ถึงเวลานั้น แพงแค่ไหนก็ซื้อครับ... ฮือๆๆ
ภูกระดึง
ทางขึ้นที่สุดแสนจะลาดชัน


ภูกระดึง
ถ้าดูจากในรูป เหมือนจะยังยิ้มออกนะเนี่ย ??
จริงๆ แล้วสภาพตอนนั้นใกล้ตายแล้วครับ
เพิ่งจะมาถึงซำแรกเอง ที่ยิ้มๆ กันนั่นเก๊กครับ
<< หน้าที่แล้ว หน้าถัดไป >>

ปกหน้า | เปรี้ยวปาก | สมุดโน้ต | ท้ายเล่ม | sitemap

Webblogme - สมุดโน้ตความหลังของกลุ่มเพื่อนเก่า รวมเรื่องเล่าเฮฮาสารพัดจากการท่องเที่ยว
© 1995, Webblogme.com : by Yammy&Friends : master@webblogme.com