ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
ฟอเอฟเวอร์แก๊งค์ เว็บบล๊อคมีดอทคอม
ท้ายเล่ม สมุดโน๊ต เปรี้ยวปาก ปกหน้า webblogme.com

รถไฟ ดอกทานตะวัน กับคนทำเว็บ


รถไฟ ดอกทานตะวัน กับคนทำเว็บ

เรื่องและภาพโดย แยมกับฟ้า
2547, ธันวาคม

อยากนั่งรถไฟครับ

ตั้งแต่เกิดเนี่ยมาผมยังไม่เคยนั่งรถไฟสักครั้งเลย เพราะจังหวัดที่ผมอยู่นั้นเป็นเกาะ ดังนั้นจึงไม่มีทางรถไฟพาดผ่าน

เจ้าดอกทานตะวัน


 


ปลายเดือนธันวาคม ผมมาหาฟ้าที่กรุงเทพฯ อีกครั้งและมีแผนว่าจะพาฟ้าไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยรถไฟ โดยหาข้อมูลจากทางเว็บไซต์ ก็พบว่ามีที่เที่ยวให้เลือกอยู่เพียงสองรายการเท่านั้นในเดือนนี้ ที่เป็นทริปแบบวันเดียวจบคือขี่จักรยานชมเมืองกรุงเก่าอยุธยา กับเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ตอนนี้ชักเริ่มอยากขี่จักรยานแล้วครับ…

ผมชวนฟ้าไปขี่จักรยานแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะฟ้าบอกกับผมว่ากลับมาต้องตัวดำแน่นอน เนื่องจากแดดร้อนและก็ไม่เชื่อใจว่า ผมคนนี้จะปั่นจักรยานพาเธอซ้อนท้ายซอกแซกไปวัดโน้นวัดนี้ทั้งวันได้ไหว ดังนั้นจึงมาลงเอยที่การเลือกทริปไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กันแทน

ปีนี้ฝนตกมาก หน้าหนาวกรุงเทพฯ อากาศเลยเย็นกว่าปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่หนาวมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าอากาศกำลังสบาย ผมมาพักบ้านน้าที่กรุงเทพฯ ปลายปีนี้ ตอนกลางคืนนอนไม่ต้องเปิดพัดลมเลยก็ยังได้ เฮ้อ...อยากให้ที่บ้านผมหนาวแบบนี้มั่งจัง

“ดอกมันร่วงหมดแล้วน้อง ปีนี้น้ำมาก”

คนขายตั๋วบอกผม ตอนที่ผมไปซื้อตั๋วเดินทางที่สถานีวงเวียนใหญ่ด้วยตัวคนเดียว
ฝันกลางวันสีหวานของผมที่เป็นภาพของของสองเรา จูงมือเดินหยอกเอินกันท่ามกลางดอกทานตะวันนับพันสีเหลืองพังครืนลงทันที... ใจผมตอนนี้อยากจะถามคนขายตั๋วเหลือเกินว่า มันจะร่วงจนไม่เหลือสักดอกเลยเหรอพี่ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป

บ่ายวันนั้นผมกลับมาหาฟ้าที่บ้านพร้อมกับความผิดหวังและตั๋วสองใบ ที่เขียนวันเดินทางไว้ในตั๋วเป็นวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม ขบวนรถออกเวลา 6.20 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง สรุปแล้วถึงดอกจะร่วงไปบ้าง แต่ยังไงเราก็จะไปกัน... ก็อยากนั่งรถไฟนี่นา

ดอกทานตะวัน


หัวลำโพง

หัวลำโพง


หัวลำโพง

โบกี้ปรับอากาศ
ภายในโบกี้ปรับอากาศ

ตีห้าครึ่งของวันถัดมา ผมกับฟ้าก็มาถึงสถานีรถหัวลำโพงด้วยรถแท็กซี่ และเมื่อรู้ว่าเรามาถึงก่อนเวลาก็หาซื้อเสบียงกักตุนกันทันที เพราะผมรู้สึกว่าหิวข้าวแล้ว แต่ดันไม่มีร้านอาหารร้านไหนเปิดซักร้านในเวลานี้ พอเราซื้อของเสร็จ เราก็เดินไปหาขบวนรถของเรากัน

ก้าวแรกเมื่อขึ้นไปในขบวนรถก็สัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้รอเราอยู่ ที่นั่งของเราเป็นแบบสำหรับสองคนหันหน้าเข้าหากันและสามารถปรับให้นอน (แบบคู้ๆ) ได้ โดยการยกเบาะ และมีช่องสำหรับวางโต๊ะแบบเก็บได้ อยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนหันหน้าเข้าหากัน แบ่งสัดส่วนของที่นั่งแต่ละคู่ด้วยพาติชั่นสูงถึงเพดาน (เผื่อรูดม่านเอนหลังพักผ่อน แต่ไม่ค่อยมิดชิดนักนะครับ) มีหน้าต่างกระจกที่ไม่สามารถเปิดได้สำหรับชมวิวหน้าต่างอยู่ข้างๆ เนื่องจากเป็นตู้ปรับอากาศ และ...

โบกี้นี้ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ในทุกบานหน้าต่างของทุกที่นั่ง... โดยมีแผ่นฟิลม์สกรีนเป็นลายโฆษณาติดอยู่ภายนอกเหมือนกันกับรถเมล์ยูโรยังไงยังงั้น แล้วมันจะมองเห็นวิวอะไรมั้ยนี่! ถ้าไม่เอาหน้าไปแนบกับกระจก!!!

ดูๆ แล้วทริปนี้คนไม่น่าจะไปกันเยอะ แต่สุดท้ายก็นั่งกันเต็มหมดทุกที่นั่ง ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะชวนฟ้าไปนั่งที่ริมหน้าต่างติดกับห้องน้ำ เพราะเป็นที่เดียวที่ไม่มีฟิลม์ติดกระจกมาบดบังวิว แต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องนั่งให้ตรงกับตั๋ว



 

ปกหน้า | เปรี้ยวปาก | สมุดโน้ต | ท้ายเล่ม | sitemap
Webblogme - สมุดโน้ตความหลังของกลุ่มเพื่อนเก่า รวมเรื่องเล่าเฮฮาสารพัดจากการท่องเที่ยว
© 1995, Webblogme.com : by Yammy&Friends : master@webblogme.com
รับออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ จดโดเมน โฮสติ้ง PHP และงานกราฟฟิคดีไซน์ทุกชนิด ราคาเป็นกันเอง - ติดต่อ webmaster 0894557838